คนงามแต้ๆ เมืองอุตรดิตถ์
posted on 05 Apr 2008 18:06 by eye-on-logistics
น้องสตางค์…
ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 กำลังขึ้นอนุบาล 2 แม่ไม่มีคนช่วยเลี้ยงช่วงปิดเทอม ก็เลยหอบหิ้วมาฟังคุณลุงบรรยายโลจิสติกส์ด้วย
|:| a-flying |:|
น้องสตางค์…
ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 กำลังขึ้นอนุบาล 2 แม่ไม่มีคนช่วยเลี้ยงช่วงปิดเทอม ก็เลยหอบหิ้วมาฟังคุณลุงบรรยายโลจิสติกส์ด้วย
|:| a-flying |:|
แบบฉบับวันว่างๆ…ของผม
……
พอเริ่มรู้สึกเบื่อๆ กับความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ผมก็หลบไปปลีกวิเวก ทำไร่เล็กๆ น้อยๆ อยู่ชายแดนเมืองราชบุรี ในคืนจันทร์วันเพ็ญ…ผมสังเกตเห็นว่าชาวบ้านแถบนั้นจะมานั่งซุ่มโป่งส่องกระต่ายป่าแถวๆ ริมลำธาร ข้างขนำน้อย (คอยกิ๊ก) ของผมเป็นประจำครับ
ความสงสัยพลันบังเกิดขึ้นทำไมกระต่ายต้องหลงเงาจันทรา?
ทำไมต้องมานั่งมองแสงจันทร์ให้ชาวบ้านแกยิงไปผัดเผ็ดได้ว่ะ ทำไมมันช่างโง่เช่นนี้หนอ? (ผมออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้ด่ากระทบใครนะครับ)
อย่ากระนั้นเลย
ลองไปค้นๆ ดู พบว่ามีเรื่องราวที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้างเหมือนกัน วาย? กระต่ายน้อยถึงได้หลงในสิ่งที่เป็นเพียงเงาของจันทร์
เขาบอกมาว่า...
วั้น อัพพอน อะ ไทม์ นานมาแล้ว พระจันทร์ หาได้มีสีเหลืองอ่อน แลห่างไกลจากโลกเราเช่นดั่งทุกวันนี้ แต่ทว่าพระจันทร์นั้นมีสีชมพูอ่อนๆ และแสงจันทร์ก็มีสรรพคุณช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวในหัวใจใครบางคนได้เป็นอย่างดี
สัตว์น้อยแลสัตว์ใหญ่
ต่างออกมาอาบไล้แสงจันทราในยามค่ำคืน ถกปริศนาธรรม สรรพเพเหระ...เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การมุ้ง แลการใดก็ได้ที่อารมณ์พาไป มันช่างเป็นเวลาที่แสนสงบสุขอะไรเช่นนี้
แต่ดัน (เสือก) มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่ง เกิดไปหลงรักพระจันทร์เข้าอย่างจัง อา….ไม่อยากเชื่อเลย มันเป็นไปได้ยังไงว่ะ?
ก็ไหนว่าเป็นพี่ เป็นน้องกัน ไม่เกินเลยไปกว่านี้
แม้รักอย่างแรงปานใด…
กระต่ายน้อยก็ต้องเก็บงำประกายสายตา แค่ดื่มกาแฟสตาร์บั๊คกันเป็นบางครั้ง ทานข้าวเย็นริมฝั่งเจ้าพระยากันบางครา แต่ก็ไม่กล้าเผยความในใจ เพราะหวั่นว่าพระจันทร์จะไม่รับรักและอาจพาลหนีไปไกลเสียอีก
ต่อหน้าคนอื่น ก็ปากดีพูดคุยกับเขาคนโน้น คนนี้…
แต่สายตา
กลับหาได้ละวางจากเค้าหน้ารูปไข่มนๆ มีลักยิ้มบุ๋มๆ ของพระจันทร์ไม่ เวรกรรม เวรกรรมของกระต่ายน้อยมันจริงๆ
ในใจลึกๆ
ก็แอบอิจฉาสัตว์อื่น ที่ได้ใกล้ชิดพระจันทร์คนสวย (แสนสวย เขียนผิดอยู่เรื่อยเลย) กันทุกตัว และไม่อยากให้มันหน้าไหนได้ใกล้ชิดพระจันทร์
......
อยู่มาวันหนึ่ง
กระต่ายน้อยจึงวางแผนซ้อนกลขึ้น แผนนั้นมีอยู่ว่า
๑๙ กันยา ยามอาทิตย์สาดแสงอันแรงกล้ามาสู่โลก และจันทร์โสภาเดินทางไปกล่าวปาถกฐาที่สำนักงานสหประชาชาติแล้วไซร้
ข้าฯน้อยนี้แหละจะปติวัด เหอๆ…ไม่ใช่ครับ
จะไปบอกสรรพสัตว์ใดใดในโลกล้วนอนิจจังว่าจะมีอุกกาบาต (M60, M79, MK SUKi,…) ตกลงมาจากฟากฟ้าสุราลัย ขอให้เพื่อนพ้องและน้องพี่จงมุดหัวอยู่แต่ในรู อย่าออกมานะ ไม่งั้นโดนลูกหลง ไม่รู้ด้วย
......
และในคืนนั้น พอราตรีคลี่ม่านมาเยือน
สรรพสัตว์ใดใดในโลกล้วน…ไม่ออกมาอาบแสงจันทร์เพ็ญดั่งเช่นที่เคยเป็น พระจันทร์แปลกใจมาก ได้แต่แอบรำพึงรำพันในใจว่า
พวกมึงหายหัวไปไหนกันหมดว่ะ?
ณ เพลา (อ่านว่า เพ-ลา อาจารย์ภาษาไทยบอกมา) นั้น กามนิตหนุ่มกระต่ายน้อย เดินออกมาจากราวป่าช้าๆ พระจันทร์เห็นเข้า ก็เอื้อนเอ่ยมธุรสวาจาออกมาว่า
“สวัสดีค่ะ…พ่อกระต่ายน้อย เธอรู้ไหมว่าสัตว์อื่นๆ เขาหายไปไหนกันหมด?”
“อา…ดูก่อน ท่านจันทราผู้เลอโฉม สัตว์น้อยแลสัตว์ใหญ่ ให้ฉันมาบอกท่านว่าพวกเขาเบื่อเธอแล้ว ไม่ชอบเธออีกต่อไป”
“จริงรึ?”
“อ๋อ..จริงซิ แต่ฉันรักเธอนะ รักอย่างแรงนิ ฉันรักแสงอ่อนๆ อันแสนอบอุ่นของเธอ”
“โอว…กระต่ายน้อย อย่ามาพูดปลอบใจฉันเลย”
“ฉันรักเธอ พระจันทร์เจ้าขา ไม่ว่าเธอไปอยู่แห่งหนตำบลไหน อบต.อะไร ฉันก็ขอตามเธอไป…เราจะไม่พรากจากกัน”
“กระต่ายน้อย เธอคงไม่ได้รักฉันจริงหรอก…
ฉันนั้น เป็นแค่วัตถุกลมๆ นมก็ไม่โตสักหน่อย ไม่มีอะไรพิเศษเลย
มาวันนี้ สัตว์โลกไม่ต้องการฉันแล้ว ไม่อยากแหลง ไม่อยากคุยกับฉันแล้ว โอ..ฉันเสียใจเหลือเกิน ฮือฮือ…”
“แต่ฉันรักเธอนะ…ฉันรักเธอ… ฉันต้องการเธอนะ…”
มิไยว่า…
กระต่ายน้อยจะพร่ำพรรณาปานใด จันทร์เจ้าขาก็ไม่หันมามอง ค่อยๆ หรี่แสงลงและลอยห่างออกไปๆ ไปสู่ขอบฟ้าไกล ไปสู่อ้อมกอดของมวลหมู่ดารา จากไปแล้ว หนอความหวังดี คอยจู้จี้ห่วงใยไถ่ถอน แว่นเสื้อผ้าหยูกยากระเซ้าเง้างอน อยู่ตรงในฟุกหมอน ไถ่ถามกับความคิดถึง…
“พระจันทร์ที่รัก หากฉันทำผิดพลาดอะไรลงไป….ฉันขอโทษ…”
นับแต่นั้น ในทุกย่ำค่ำ ราตรีเดียวดายใต้เงาจันทร์เพ็ญ กระต่ายน้อยได้แต่มานั่งจับเจ่าอยู่ริมลำธาร ข้างขนำน้อย (คอยกิ๊ก) ของผม เฝ้ามองเงาของตัวเองอยู่เคียงคู่กับพระจันทร์ (แค่ฝันก็ยังดีว่ะ) และโฮป ฟูลลี่ เด็ทว่าสักวันหนึ่งจันทร์ผู้เลอโฉมจะมาอยู่ข้างๆกัน มาฟังเพลงก่อนนอนกันเช่นเดิม
.….
“ปัง.งง.ง”
ปลิดปลิว เคว้งคว้าง ดุจใบไม้ที่หลุดลอย ดับไปอีกหนึ่งแล้วครับ กระต่ายน้อยด้อยวาสนาของผม…เวรกรรม เวรกรรม
อนิจจัง วัฏฏะสังขารา…
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลาย อร่อยทุกตัวเลย
…….
คำเตือนจากสหายสุรา
ความรักทำให้คนตาบอดและอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ถ้ามัวแต่เหม่อเหมือนกระต่ายน้อยตัวนี้ ถึงไม่ถูกลูกปืนตาย ก็อาจโดนสิบล้ออัดก๊อปปี้ตายเป็นผีข้างถนนเป็นแน่แท้ เพื่อนเอ๋ย
บันทึกนักอยากเขียน…
ผมมีข้อสงสัยว่าทำไมต้องเรียกจันทร์ว่าพระจันทร์?
เป็นเพราะจันทร์เคยบวชพระหรือ? เลยต้องเรียกพระนำหน้านาม แต่ เอ…จันทร์ส่วนมากใช้แทนผู้หญิง บวชพระไม่ได้ บวชได้แต่ชี แล้วทำไมไม่เรียกว่า ชีจันทร์?
การประทุษร้ายต่อชีวิตผู้อื่น
เป็นบาปในศีลข้อ ปาณาติปาตา เวรมณี ชาวบ้านแบกปืนแก๊ปมายิงกระต่ายเพื่อยังชีพ แต่ก็ถือว่าเบียดเบียนผู้อื่น ก็ต้องถือว่าผิดในหลักธรรมครับ แต่พอไปดูดิสคอฟเวอรี่ แชนแนล เขาว่าสัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็กเป็นธรรมชาติของการอยู่ร่วมกันในสังคมสัตว์ กระต่ายเป็นสัตว์แน่นอน คนก็ใช่เหมือนกัน แล้วตกลงมันบาปไหมนี่
ผมเลยไม่รู้ใครผิด ใครถูกกันแน่?
ชาวบ้านผิด?
ที่ไปยิงกระต่ายน้อยของผมตายไป หรือกระต่ายน้อยของผมผิด? ที่ไปนั่งเหม่อขวางทางปืนของชาวบ้านเข้า…โอ…สวรรค์ ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้
ยิงกระต่าย...
เป็นคำแสลงใช้กับผู้ชาย เพราะผู้ชายมีปืนฉีดน้ำ ยิงกระต่ายแปลว่าไปยืนฉี่ในที่ลับตาคน ถ้าไม่ลับตาคนเขาบอกว่าพวกชอบโชว์ ในนัยยะเดียวกัน ถ้าใช้กับผู้หญิงจะใช้คำว่าไปเก็บดอกไม้ แต่คงไม่ไปยืนเก็บนะครับ
๑๙ กันยายน เป็นวันครบรอบ ๑ ปีของการยึดอำนาจการปกครองของใครคนหนึ่ง โดยใครคนหนึ่ง เพื่อใครคนหนึ่ง แต่ของใคร โดยใคร เพื่อใคร ผมก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน
คำบางคำตั้งใจเขียนผิด…ปติวัด กลัวคุกถามหาครับ
พระจันทร์และกระต่ายน้อยต่างก็เป็นคนครับ และเป็นคนที่เกิดในลุ่มน้ำปากพนังเหมือนกัน เพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ท้องถิ่นนิยม บางคำพูดต้องมีทองแดงปนนิดหน่อย ไม่งั้นไม่ใช่คนปักษ์ใต้ครับ
|:| a-flying |:|
9. ไม่แสดงความรับผิดชอบ ยืนชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว
นี่ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญของความล้มเหลวในการติดตั้งระบบใหม่ ต้องยอมรับว่าการติดตั้งระบบใหม่ย่อมกระทบต่อการทำงานเดิมๆ และมีบางส่วนต้องปรับเปลี่ยนไป เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ความรับผิดชอบเป็นของทุกคน ต้องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่ยืนชี้นิ้วว่าเป็นความผิดพลาดของคนโน้น คนนี้ การทำเช่นนี้ไม่ช่วยให้ปัญหาแก้ไขเร็วขึ้น และส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปอีก เสียทั้งเวลาและเงินทองนะครับ
แนวทางแก้ไขปัญหา
ในการติดตั้งระบบบริหารจัดการคลังสินค้า มีเรื่องมากมายต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบใหม่ที่ต้องการ การเตรียมข้อมูล การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่าบางประเด็นอาจไม่เป็นไปตามที่เราต้องการทั้งหมด อย่าเพิ่งตีโพย ตีพาย พยายามวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาที่แน่นอน และลงมือแก้ไขให้ถูกต้อง ปัญหาก็ลุล่วงไปได้
อย่ามัวแต่โทษคนโน้น คนนี้นะครับ ลงมือแก้ไขดีกว่า แล้วความสำเร็จก็เกิดตามมาเองครับ
10. ติดตามประสิทธิภาพการทำงานของระบบใหม่หลังใช้งานจริง
โดยปกติแล้วหลังเริ่มใช้งานจริงแล้ว คอนซัลแตนท์จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงไปจนกว่าปิดรอบบัญชีเดือนแรกได้ หลังจากนั้น ทางลูกค้าต้องดูแลระบบใหม่เอง ความล้มเหลวในขั้นตอนนี้คือพอใช้ๆไป ระยะหนึ่งระบบไม่เสถียรและเริ่มเลิกใช้ฟังชั่นโน้น ฟังชั่นนี้ที่ทำงานไม่ได้ ในที่สุดจะกลายเป็นว่าเราออกแบบระบบเสียอย่างดี แล้วใช้งานจริงไม่ได้ ซึ่งเป็นการเสียทั้งแรงและเวลาที่ได้ทุ่มเทไปก่อหน้านี้
แนวทางแก้ไขปัญหา
ออกแบบระบบประเมินผลการใช้งานของระบบบริหารคลังสินค้าใหม่ หลังจากที่เริ่มใช้งานจริงแล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมคือประมาณ 6 เดือน โดยไอทีและผู้จัดการคลังสินค้าคอยติดตามการทำงานว่าระบบใหม่ทำงานเป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่ มีปัญหาในการใช้งานหรือไม่ ระบบมีความเสถียรมากเพียงพอหรือไม่ ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อคำสั่งงานดีพอหรือไม่ ถ้ามีปัญหาต่างๆเกิดขึ้น ก็ควรมีการบันทึกการปรับปรุงแก้ไขไว้ เพื่อเป็นแนวทางในอนาคต ถ้าปัญหาเกิดซ้ำอีก
เขียนมาถึงบรรทัดนี้…
ผมก็ควรสรุปเสียทีว่าวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหาและข้อถกเถียงดังที่กล่าวมาข้างต้นคือ อุทิศเวลาและความใส่ใจ ระบุเจ้าภาพในแต่ละส่วนงานให้ชัดเจนในโครงการอิมพลีเม้นท์ซอฟแวร์ และปัญหาต่างๆ ที่ผมพูดมาจะไม่เกิดขึ้นกับโครงการของท่าน หรือถ้าเกิดขึ้นก็จะน้อยลงมาก
|:| a-flying |:|